MyCulture / เมนู
ลด Bias ในการจ้าง

Culture Fit vs Culture Add

อัปเดตล่าสุด

คำจำกัดความ

Culture fit ดูว่าผู้สมัครสามารถทำงานได้ดีภายใต้ค่านิยมและพฤติกรรมหลักขององค์กรหรือไม่ ส่วน culture add ดูว่าผู้สมัครจะเพิ่มมุมมอง จุดแข็ง หรือวิธีทำงานใหม่ๆ ให้ทีมได้อย่างไรโดยไม่ขัดกับหลักสำคัญของทีม

ความต่างที่นำไปใช้จริง

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ culture fit แต่อยู่ที่การใช้ culture fit เป็นคำว่าเหมือนพวกเรา วิธีที่ดีกว่าคือแยกค่านิยมที่จำเป็นจริงออกจาก preference ที่ยืดหยุ่นได้

คำถามCulture fitCulture add
มองหาอะไรความสอดคล้องกับค่านิยมหลักมุมมองหรือจุดแข็งใหม่
ความเสี่ยงทีมเหมือนกันเกินไปถ้าใช้ผิดหลุดจากหลักสำคัญถ้าไม่มีเกณฑ์พื้นฐาน
เหมาะกับอะไรหลีกเลี่ยงความขัดแย้งด้านค่านิยมเพิ่มความหลากหลายทางความคิด

วิธีบาลานซ์ fit และ add

  1. กำหนดค่านิยมหรือพฤติกรรมหลัก 3 ถึง 5 ข้อที่สำคัญจริง
  2. แยกข้อที่จำเป็นออกจากข้อที่เป็นแค่ preference
  3. ใช้ rubric เดียวกันกับผู้สมัครทุกคน
  4. มองหาความแตกต่างที่ช่วยทีม ไม่ใช่ความแตกต่างที่ทำให้ทีมทำงานร่วมกันไม่ได้

ผู้สมัครไม่จำเป็นต้องเหมือนทีมเดิมเพื่อเป็นคนที่เหมาะกับทีม ความต่างที่ยังสอดคล้องกับค่านิยมหลักคือจุดที่ culture add มีคุณค่า

สัญญาณที่ควรประเมิน

ดูวิธีจัดการความเห็นต่าง วิธีคาดหวังจาก manager วิธีเรียนรู้ วิธีตัดสินใจเมื่อข้อมูลไม่ครบ และสภาพแวดล้อมที่ช่วยให้ผู้สมัครทำงานได้ดีที่สุด

กำหนดเกณฑ์ก่อนสัมภาษณ์

การประเมินที่มีโครงสร้างช่วยไม่ให้ culture fit กลายเป็นแค่ความรู้สึกว่าชอบหรือไม่ชอบ

ดูขั้นตอน

คำถามที่พบบ่อย

culture add แทน culture fit ได้ไหม

ไม่ควรแทนกัน culture add ใช้ได้ดีที่สุดเมื่อทีมกำหนดค่านิยมหลักก่อน แล้วค่อยหาความแตกต่างที่เพิ่มคุณค่าโดยไม่ขัดกับสิ่งสำคัญ

จะเลี่ยงการจ้างคนที่เหมือนทีมเดิมได้อย่างไร

แยกค่านิยมกับสไตล์ส่วนตัวออกจากกัน ประเมินพฤติกรรมที่เกี่ยวกับงาน และเปิดพื้นที่ให้คนที่มีประสบการณ์ บุคลิก และวิธีคิดต่างกัน

ควรบันทึกอะไรหลังสัมภาษณ์

บันทึกเกณฑ์ หลักฐานที่เห็น และความเชื่อมโยงกับงาน หลีกเลี่ยงคำกว้างๆ เช่น energy หรือ feeling

วัดความสอดคล้องโดยไม่ลดความหลากหลาย

ใช้เกณฑ์ที่ชัดเจนเพื่อมองเห็น fit, add และความเสี่ยงจริงก่อนตัดสินใจ